เหตุผลวิบัติกับข้อจำกัดทางความคิด

ในบล็อกที่แล้วผมพูดถึงเรื่องอิทธิพลของภาษาต่อการให้เหตุผลที่บกพร่อง แต่นอกเหนือจากภาษาแล้ว ยังมีสิ่งอื่นที่ทำให้การให้เหตุผลบกพร่องหรือที่เรียกว่าเหตุผลวิบัติได้

สิ่งนั้นคือความคิด!

การให้เหตุผลที่บกพร่องเนื่องจากภาษานั้น ถึงแม้ว่าจะนำสถานการณ์ที่กำกวมมาอ้างเหตุผล แต่ก็ยังอ้างเหตุผลได้อย่างสมเหตุสมผลตามหลักตรรกศาสตร์ แต่ทว่าการอ้างเหตุผลที่บกพร่องในเชิงความคิดนั้น แค่พิจารณาตามหลักตรรกศาสตร์ก็ไม่สมเหตุสมผลเสียแล้ว!

แต่ทว่าการอ้างแบบนี้กับแนบเนียนกว่าการอ้างที่บกพร่องเนื่องจากภาษามาก

สาเหตุของความแนบเนียนนี้อาจเป็นเพราะว่า เราใส่ความคิดเราลงไปในการอ้างเหตุผลด้วย ทำให้การอ้างเหตุผลนั้นดูสมเหตุสมผลขึ้นมาเอง ตรรกศาสตร์จึงมีบทบาทสำคัญในการวิเคราะห์ว่า ความคิดอะไรที่เราใส่ลงไปในการอ้างเหตุผลครั้งนั้นๆ

เหตุผลวิบัติเนื่องจากข้อจำกัดทางความคิดมีหลายแบบ เรียงตามการอ้างที่ใกล้เคียงกับหลักตรรกศาสตร์จนไปถึงไม่ใกล้เคียงเลยได้ดังนี้

1. การอ้างเปรียบเทียบ คือการอ้างที่เปรียบเทียบกับกรณีที่เคยเจอมาก่อน ประมาณว่า

คนน่ารัก(ที่เคยเจอมา)มักใจร้าย

เธอเป็นคนน่ารัก

เธอเป็นคนใจร้าย

(ตีความตามหลักตรรกศาสตร์ได้เป็น ∃x[p(x)->q(x)]   p(A): q(A) ซึ่งไม่สมเหตุสมผล [invalid] )

สาเหตุ เพราะในชีวิตจริงเราไม่มีหลักฐานยืนยันว่า ทุกๆ เราจึงตีความว่าถ้าเราเจอส่วนใหญ่เป็นเช่นไร เราก็จะถือว่าทั้งหมดน่าจะเป็นเ่ช่นนั้น ทั้งที่กรณีนั้นอาจไม่เป็นจริงก็ได้ เช่นกรณีนี้คนน่ารักมักใจร้าย ยกเว้นคุณ 🙂

2. ข้อบกพร่องของความรู้ตรรกศาสตร์ ความรู้ทางตรรกศาสตร์ที่มักสร้างปัญหาคือ ข้อบกพร่องถ้าแล้ว (Implies) ตัวอย่างของการอ้างเหตุผลบกพร่องนี้เช่น

ถ้าวารีใส่รองเท้าส้นสูง วารีจะเดินกระเผกๆ

วารีเดินกระเผกๆ

ดังนั้น วารีใส่รองเท้าส้นสูง

(ตีความตามตรรกศาสตร์โดยตรงได้เป็น p->q  q : p ซึ่งไม่สมเหตุสมผล [invalid] )

สาเหตุ เพราะคนเราพอเจอ ถ้า X แล้ว Y ก็มักมองในทางกลับกันว่า ถ้า Y แล้ว X ด้วยเพราะในชีวิตจริงเหมือนปฏิกิริยาสองทางคือ ไม่ใช่เฉพาะเหตุเท่านั้นที่จะนำไปสู่ผล แต่ผลบางทีอาจผันกลับไปสู่เหตุด้วย

3. เหตุผลไม่เพียงพอ ผู้อ้างอ้างสาเหตุที่ไม่เพียงพอจะนำไปสู่ข้อสรุปได้ แต่ผู้ฟังใส่ความคิดของเราเพิ่มเติมลงไปจนดูเหมือนว่าข้อสรุปนั้นเป็นจริงได้เช่น สมมติว่าเราเอาแ้ก้วไปครอบแมงสาบ แล้วก็ดึงครอบแก้วออกมาพร้อมทั้งสั่งว่า “วิ่ง” แมงสาบก็วิ่งจู้ดหายไปเลย คราวนี้เราเปลี่ยนใหม่ เราจับแมงสาบมา ถอดขามันออกให้หมด แล้วครอบแ้ก้วเอาไว้ แล้วก็ดึงครอบแก้วพร้อมทั้งสั่งว่า “วิ่ง” คราวนี้แมงสาบไม่วิ่งแหะ เราก็เลยสรุปว่า

“แมงสาบใช้ขาฟังเสียง” ==”

เราลองมาวิเคราะห์ด้วยหลักตรรกศาสตร์ดู

ถ้าแมงสาบมีขาและเราตะโกนคำว่าวิ่ง แล้วแมงสาบวิ่ง

ถ้าแมงสาบไม่มีขาและเราตะโกนคำว่าวิ่ง แล้วแมงสาบจะไม่วิ่ง

ดังนั้น ถ้าแมงสาบจะได้ยิน แล้วแมงสาบต้องมีขา

เราจะพบว่าข้ออ้างดังกล่าวไม่เพียงพอที่จะนำไปสู่สาเหตุได้ แสดงว่าเราต้องเติมความคิดเองอะไรลงไปบางอย่างความคิดนั้นคือ

ถ้าแมงสาบมีขาและเราตะโกนคำว่าวิ่ง แล้วแมงสาบวิ่ง

ถ้าแมงสาบไม่มีขาและเราตะโกนคำว่าวิ่ง แล้วแมงสาบจะไม่วิ่ง

ถ้าเราตะโกนคำว่าวิ่งและแมงสาบได้ยิน แล้วแมงสาบจะวิ่ง (*)

ถ้าเราไม่ตะโกนคำว่าวิ่ง แมงสาบก็จะไม่วิ่ง (*)

ดังนั้น ถ้าแมงสาบจะได้ยิน แล้วแมงสาบต้องมีขา

ตีความโดยใช้ตรรกศาสตร์ได้ว่า

P&Q->R

P’&Q->R’

Q&S->R (*)

Q’->R’ (*)

ดังนั้น S->P

จะเห็นว่าการอ้างเหตุผลนั้นสมเหตุสมผล เมื่อเราเติมความคิดที่เขียนด้วย (*) ลงไป

ดังนั้นความคิดซึ่งเกิดจากประสบการณ์ของเราแต่ก่อนอาจไม่เป็นจริงก็ได้ เช่นในกรณีนี้ประโยคที่ไม่เป็นจริงก็คือ “ถ้าเราไม่ตะโกนคำว่าวิ่ง แมงสาบก็จะไม่วิ่ง” (วิ่งสิจ๊ะ แมงสาบมันวิ่งลูกเดียวแหละ ถ้ามันมีขาน่ะ)

4. การอ้างซ้ำ (Repetition) คือการอ้างที่ผู้อ้างเอาข้อสรุปนั่นแหละมาเป็นข้ออ้างอีกที อาจมาแบบโต้งๆ หรือมาแบบเนียนๆ ถึงแม้การอ้างเหตุผลจะสมเหตุสมผล มันแค่บอกว่าการอ้างถูกต้อง แต่ไม่ได้ยืนยันว่าข้อสรุปถูกต้อง ยกตัวอย่างเช่น

ผมเป็นคนน่าเชื่อถือ ดังนั้นคำพูดของผมเชื่อถือได้ (ทำไมผมถึงเป็นคนน่าเชื่อถือล่ะ ก็เพราะคำพูดของผมเชื่อถือได้นั่นเอง)

พระเจ้าเป็นสิ่งสมบูรณ์ ความสมบูรณ์นั้นรวมถึงการมีอยู่จริง ดังนั้นพระเจ้ามีอยู่จริง (ทำไมพระเจ้าเป็นสิ่งสมบูรณ์ล่ะ ก็เพราะว่าพระเจ้ามีอยู่จริงนั่นเอง)

5. การอ้างแหล่งอ้างอิง แหล่งอ้างอิงนั้นถึงแม้ว่าจะน่าเชื่อถือ แต่ความน่าเชื่อถือของแหล่งอ้างอิงไม่ได้ทำให้ความเป็นจริงของประโยคเพิ่มขึ้นหรือลดลงเลยแม้แต่น้อย แต่มนุษย์เรานั่นเองเพิ่มความคิดลงไปว่า ถ้าแหล่งอ้างอิงน่าเชื่อถือ ประโยคในแหล่งอ้างอิงก็จะเป็นจริง การอ้างความน่าเชื่อถือของแหล่งอ้างอิง อาจใช้ตำแหน่ง ฐานะทางสังคม ความเป็นพวกพ้อง ฯลฯ แต่ถึงอย่างไรก็ดีวิธีนี้กลับใช้เป็นจำนวนมาก เพื่อย่นย่อข้ออ้างให้สั้นลง ประมาณว่า “อยากรู้อะไรไปถามแหล่งอ้างอิงเอาละกัน”

ข้อสอบนี้ดี เพราะข้อสอบออกโดยด็อกเตอร์กันเลยทีเดียว 🙂

เครื่องยนต์เครื่องนี้ดี เพราะผลิตในประเทศอังกฤษ

6. การอ้างไร้เหตุผล การอ้างไร้เหตุผลหมายถึงการอ้างที่ทำให้ดูเป็นลักษณะของการอ้างเหตุผลคือมีข้ออ้างและก็มีข้อสรุป แต่ข้ออ้างนั้นไม่มีความเกี่ยวข้องอะไรเลยกับข้อสรุป มักเป็นการใช้อารมณ์มากกว่า หรือเป็นการให้เหตุผลแบบที่เหตุผิดๆ หรือไม่เกี่ยวข้อง อาจมีลักษณะการอ้างซ้ำ หรือการอ้างแหล่งอ้างอิง

คุณจะมีความสุข เพราะผมอวยพรให้คุณ (หือ!)

เครื่องสำอางนี้ดี เพราะในโฆษณามีนางแบบสาวสวยยืนอยู่ข้างๆ เครื่องสำอาง

พอถึงจุดนี้ผมนึกถึงที่พระพุทธเจ้าเคยตรัสเรื่องหลักความเชื่อ หรือที่เ่รียกว่า หลักกาลามสูตร

  1. อย่าเพิ่งเชื่อตามที่ฟังๆ กันมา
  2. อย่าเพิ่งเชื่อตามที่ทำต่อๆ กันมา
  3. อย่าเพิ่งเชื่อตามคำเล่าลือ
  4. อย่าเพิ่งเชื่อโดยอ้างตำรา
  5. อย่าเพิ่งเชื่อโดยนึกเดา
  6. อย่าเพิ่งเชื่อโดยคาดคะเนเอา
  7. อย่าเพิ่งเชื่อโดยนึกคิดตามแนวเหตุผล
  8. อย่าเพิ่งเชื่อเพราะถูกกับทฤษฎีของตน
  9. อย่าเพิ่งเชื่อเพราะมีรูปลักษณ์ที่ควรเชื่อได้
  10. อย่าเพิ่งเชื่อเพราะผู้พูดเป็นครูบาอาจารย์ของตน

ตอนเด็กๆ ผมสงสัยว่าแล้วอย่างนี้เราจะเชื่อเพราะสิ่งใด เพราะสังเกตว่าทุกๆ การอ้างเหตุผลก็ตรงกับหลักกาลามสูตรทั้งสิ้น แต่พอผมโตขึ้นผมก็เข้าใจว่า การให้เหตุผลนั้นแท้จริงแล้วไม่ได้เป็นสิ่งที่มีเหตุผล จงมองความเชื่อที่เราเชื่อเท่าที่มันเป็นอยู่ อย่ามองให้มากกว่าที่มันเป็นอยู่ เมื่อนั้นแล้ว เราจะมีเวลามองสิ่งอื่นๆเช่น สิ่งที่่ขัดแย้งกับสิ่งที่เราเชื่อ แล้วเราจะเข้าใจอะไรหลายๆ อย่างได้มากขึ้น แม้แต่สิ่งที่เราเชื่อเอง

This entry was posted in เหตุผล and tagged , , . Bookmark the permalink.

1 Response to เหตุผลวิบัติกับข้อจำกัดทางความคิด

  1. Pingback: Propoganda « Tonwachara's Blog

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s