ความรู้จากการบวช: ข้อควรปฏิบัติของพระ (ของใช้)

สาธุ สัพพัตถะ สังวะโร
ความสำรวมในที่ทั้งปวง เป็นดี
(พุทธศาสนสุภาษิต หมวดศีล)

คนทั่วไปจะรู้จักของใช้ที่จำเป็นของพระภิกษุ เรียกว่า อัฐบริขาร มี ๘ อย่าง คือ (๑) จีวร (๒) สบง คือ ผ้านุ่ง (๓) สังฆาฏิ คือ ผ้าพาดบ่า (๔) ประคตเอว (๕) บาตร (๖) มีดโกน (๗) เข็มเย็บผ้า และ (๘) ธมกรก คือ ที่กรองน้ำ โดยจำกันว่า ผ้า ๔ เหล็ก ๓ น้ำ ๑ แต่ในพระวินัย พระพุทธองค์ทรงอนุญาตของใช้ไว้จำนวนมาก เช่น รองเท้า ร่ม เป็นต้น โดยระบุลักษณะต่าง ๆ ทั้งในแง่ขนาด วัสดุที่ทำ จำนวนที่มีได้ สีที่ใช้ได้ วิธีการทำ นอกจากนั้นแล้วยังทรงอนุญาตห้องประเภทต่าง ๆ เช่น เว็จกุฏิ (ห้องน้ำ) เรือนไฟ (คล้าย ๆ ห้องอบซาวน่าในปัจจุบัน) บอกถึงขนาด และวัตรปฏิบัติ (ข้อที่ควรกระทำ) ในการใช้ห้องต่าง ๆ ดังนั้นรายละเอียดของใช้และการใช้งานจึงมีเยอะมาก จึงขออภัยหากขาดตกบกพร่องมา ณ ที่นี้ และยินดีรับคำแนะนำจากผู้อ่าน และท่านใดสนใจเพิ่มเติม กรุณาศึกษาในแหล่งที่น่าเชื่อถือ เช่น พระวินัยปิฎก ต่อไปครับ

ต่อไปนี้คือข้อควรปฏิบัติเกี่ยวกับ “ของใช้” ที่ผมพอจะถ่ายทอดได้และน่าจะเป็นประโยชน์ทั้งต่อผู้ที่จะบวชใหม่หรือประยุกต์ใช้ในทางโลกต่อไปครับ

๑. ของใช้ที่เป็นผ้าต้อง “พินทุ” ก่อนใช้

นี่เป็นกิจของพระที่บวชใหม่เลย คือต้องพินทุของใช้ที่เป็นผ้าทุกชิ้น พระภิกษุต้องพินทุของใช้ที่เป็นผ้าก่อนจึงจะใช้ได้ การพินทุคือการใช้ดินสอหรือปากกา จุด ๓ จุดลงบนผ้าเป็นสามเหลี่ยม ∴ คล้ายเครื่องหมายเพราะฉะนั้นในทางคณิตศาสตร์ ขนาดไม่เล็กกว่าคือหลังตัวเรือด และไม่ใหญ่กว่าแววตานกยูง (ชอบการบอกขนาดนี้) ระหว่างจุดต้องอธิษฐานว่า อิมัง พินทุกัปปัง กะโรมิ (แปลว่า เราทำเครื่องหมายด้วยจุดนี้) ประโยชน์คือจะได้แยกแยะผ้าใช้แล้วกับผ้าที่ยังไม่ได้ใช้ แยกแยะเจ้าของ แยกแยะด้านของผ้า และทำให้ผ้าเสียสี คือไม่ยึดติดกับสีผ้า

๒. ของใช้ต้อง “อธิษฐาน” ก่อนใช้ และอธิษฐานของไว้กับตัวให้น้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

อีกกิจหนึ่งของพระบวชใหม่คือ การอธิษฐานของใช้ใหม่ทั้งหมด คำว่า “อธิษฐาน” ในที่นี้ไม่ใช่เราจะขออะไร แต่เป็นเหมือนการลงทะเบียนหรือเซ็นสัญญาว่าเราเป็นเจ้าของและเป็นผู้รักษาของชิ้นนั้น ในขณะที่การลงทะเบียนหรือเซ็นสัญญาต่าง ๆ ทางโลกต้องมีพยานอีกคนหนึ่งคอยรับรอง การ “อธิษฐาน” นั้นใช้ความซื่อสัตย์จริงใจของตนเองเป็นหลัก

นอกจากนั้นแล้ว พระภิกษุยังอธิษฐานหรือจองของไว้กับให้น้อยที่สุดเท่าที่พอจะดำรงชีวิตอยู่ได้ ในพระวินัยพระภิกษุจะอธิษฐานหรือจองสบงได้ ๑ ผืน จีวรได้ ๑ ผืน สังฆาฏิได้ ๑ ผืนและบาตรได้ ๑ ลูกเท่านั้น สบง จีวร สังฆาฏิ บาตร และของใช้อื่น ๆ ที่เรามีมากกว่านั้น เราจะจองไว้กับตัวไม่ได้ เราต้องแบ่งหรือแชร์ร่วมกับพระสงฆ์หรือสามเณรอีกรูปหนึ่งโดยประกาศความเป็นเจ้าของร่วมกัน ด้วยการ “อธิษฐานวิกัป” วิธีการนี้ทำให้พระสงฆ์แบ่งปันสิ่งที่ได้เกินมาแก่ผู้อื่น โดยเรายังเป็นเจ้าของร่วมอยู่ เพื่อให้สิ่งที่เกินมาไม่ตกอยู่ในภาวะเสียเปล่า คือเราก็ไม่ได้ใช้ คนอื่นก็ไม่ได้ใช้

๓. ถ้าใช้หรือดูแลของไม่ถูกต้อง นอกจากเราจะอาบัติแล้ว ของชิ้นนั้นยังต้องมลทินอีกด้วย

เมื่อพระภิกษุอธิษฐานแล้ว ต้องดูแลของที่อธิษฐานให้ดี เช่น ไตรจีวรที่อธิษฐานไว้กับตัว ในยามกลางคืนต้องพกติดตัวเสมอ ศีลที่จัดการเรื่องการใช้และดูแลของที่อธิษฐานหรือไม่อธิษฐานเรียกว่า นิสสัคคียปาจิตตีย์ ซึ่งมีความพิเศษ คือ หากทำผิดศีล นอกจากพระที่ละเมิดจะต้องอาบัติปาจีตตีย์แล้ว ของชิ้นนั้นจะต้องมลทินด้วยเรียกว่า นิสสัคคีย์ (คำว่า “นิสสัคคีย์” ต่อกับ “ปาจีตตีย์” กลายเป็นชื่อหมวดศีล “นิสสัคคียปาจีตตีย์”) พระรูปที่ละเมิดหรือแม้แต่รูปอื่นก็นำมาใช้ทันทีไม่ได้ ต้องสละของชิ้นนั้นให้พระรูปอื่นก่อนแล้วแต่ประเภทวัตถุ เพื่อจัดการของนิสสัคคีย์ให้เหมาะสมตามพระวินัย ตัวอย่างศีลในนิสสัคคียปาจีตตีย์เช่น ห้ามทรงอดิเรกจีวร(คือจีวรที่ยังไม่ได้อธิษฐาน)เกิน๑๐วัน ห้ามอยู่โดยปราศจากไตรจีวรแม้คืนหนึ่ง ห้ามขอจีวรจากคฤหัสถ์ที่ไม่ใช่ญาติหรือไม่ได้ปวารณา เป็นต้น

๔. ห้ามวางบาตรบนพื้นราบและห้ามผลักบานประตูเมื่อยังถือบาตรอยู่

บาตร เป็นหนึ่งในอัฐบริขารหรือของใช้ที่จำเป็นของพระภิกษุสามเณร บาตรนอกจากใช้บิณฑบาต (ระวังคำว่า บิณฑบาต ไม่มี “ร”) แล้ว ยังใช้ใส่ของฉันแทนจานชาม และใช้บรรจุของเล็ก ๆ เช่น เข็ม ธมกรก แทนกระเป๋า เวลาธุดงค์ไปไกล ๆ ด้วย ในพระวินัย พระพุทธเจ้าทรงอนุญาตให้ใช้บาตรที่ทำจากเหล็กหรือดินเผา และห้ามบาตรที่ทำจากไม้ โลหะมีค่า กระโหลก เป็นต้น ปัจจุบันบาตรส่วนใหญ่ทำมาจากสแตนเลส

เนื่องจากบาตรในสมัยก่อนทำจากเหล็กหรือดินเผา บาตรจึงอาจตกแตกหรือมีรอยบิ่นได้ง่าย พระพุทธเจ้าจึงทรงบัญญัติหลักระวังรักษาบาตรไว้ หลักส่วนใหญ่คือห้ามวางบาตรไว้บนที่สูง เช่น แขวนไว้ วางบนชายคาที่ยื่นออกมา วิธีทำความสะอาดคือล้างน้ำและเช็ดให้แห้ง ตากแดดไว้ได้สักครู่ แต่ห้ามทิ้งไว้กลางแดดนาน ที่สำคัญคือ ห้ามวางบาตรบนพื้นราบ ๆ เพราะบาตรจะกลิ้งเป็นรอย จึงมักมีขาบาตรหรือฐานรองบาตรให้ใช้บริเวณที่ล้างบาตร ถ้าหาที่วางไม่ได้จริง ๆ ให้วางบาตรบนฝาบาตรที่หงายไว้ อีกเรื่องหนึ่งที่ต้องระวังคือ ห้ามผลักประตูเมื่อยังถือบาตรอยู่ วิธีการที่ถูกต้องคือวางบาตรบนขาบาตรก่อน เดินไปเปิดประตู แล้วอุ้มบาตรสองมือไปวางไว้ในห้อง แล้วกลับมาปิดประตู

This entry was posted in ความรู้จากการบวช, ประสบการณ์การบวช and tagged , , , . Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s