Category Archives: ภาษาและวัฒนธรรม

‘จุดจบ’ ของประโยค

ปัญหาในไวยากรณ์ไทยที่ได้รับการกล่าวถึงอย่างมากคือ การไม่มีเครื่องหมายสำหรับจบประโยค  เป็นที่รู้กันดีว่า ภาษาส่วนมากมักใช้เครื่องหมายมหัพภาคหรือเครื่องหมายจุด (.) เมื่อจบประโยค  แต่ในภาษาไทยราชบัณฑิตยสถานได้ระบุว่า ภาษาไทยจะเว้นวรรคเมื่อจบประโยค โดยระหว่างประโยคจะเว้นวรรคมากกว่าธรรมดาเรียกว่า “วรรคใหญ่” ซึ่งต่างจากการเว้นวรรคภายในประโยคจะใช้วรรคขนาดเล็กเรียกว่า “วรรคเล็ก”  แต่ด้วยระบบการพิมพ์ในปัจจุบัน การสร้างความแตกต่างระหว่างวรรคใหญ่กับวรรคเล็กแทบเป็นไปไม่ได้เลย  แม้จะพูดว่า “วรรคใหญ่” ให้เคาะสองครั้ง “วรรคเล็ก” ให้เคาะครั้งเดียว หรือใช้วรรคขนาดต่าง ๆ ใน Unicode ผลลัพธ์ที่ได้ก็ยังเห็นความแตกต่างได้ยาก อย่างในบทความนี้มีทั้งวรรคใหญ่ (เคาะสองครั้ง) และวรรคน้อย (เคาะครั้งเดียว) ลองดูสิว่าคุณสามารถแยกความแตกต่างออกหรือไม่?

Posted in ภาษาและวัฒนธรรม | Tagged , | 3 Comments

โครงสร้างไวยากรณ์ที่น่าสนใจใน ‘ภาษาสก๊อย’

มี Facebook Page อันหนึ่งที่กำลังโด่งดัง นั่นคือ ษม่ค่ล์มนิ๋ญฒสก๊อย ที่เกือบทุกคนต้อง Copy มาวาง เพราะชื่อเพจสะกดยากมาก ภาษาที่ใช้ในเพจนี้เรียกว่า ‘ภาษาสก๊อย’ ซึ่งไม่แน่ใจว่าใช้ในกลุ่ม ‘สก๊อย’ จริงหรือไม่? แต่สาเหตุที่เรียกอย่างนี้ เพราะชื่อเพจพออ่านได้ว่า ‘สมาคมนิยมสก๊อย’ นั่นเอง ผมไม่มีปัญหากับ ‘ภาษาสก๊อย’ ด้วยเหตุผลว่า ภาษาสก๊อยเป็นภาษาเฉพาะกลุ่ม หากไม่ฮิตก็หายไปเอง และการเปลี่ยนแปลงทางภาษาก็เป็นเรื่องปกติ ภาษาไทยดั้งเดิมก็ไม่ได้มี 44 ตัวอักษรในทีเดียว ตัวอักษรตัวหยักอย่าง ฎ ฏ ฐ ฯลฯ ก็ไม่ได้มีมาแต่ต้น ตัว ‘ฮ’ ก็เพิ่งมีในสมัยรัตนโกสินทร์นี่เอง การสะกดก็ไม่เหมือนในปัจจุบัน ภาษาไทยยกเลิกสระยก หรือวรรณยุกต์ยก … Continue reading

Posted in ภาษาและวัฒนธรรม | Tagged , | 5 Comments

ภาษาชาวป่า

มีคำถามหนึ่งในหมู่นักภาษาศาสตร์สมัยก่อนว่า “มีภาษาชาวป่าหรือไม่?” ภาษาชาวป่าหมายถึงภาษาที่ไม่สามารถอธิบายแนวคิดนามธรรมในระดับเดียวกับภาษาที่ใช้กันอยู่ทั่วไปอย่างภาษาอังกฤษ เพราะคนสมัยก่อนเชื่อว่าอาจจะมีชาวป่าที่ไม่มีแนวคิดขั้นสูงซึ่งไม่จำเป็นต้องการไล่ล่าหาเก็บอย่าง “เมื่อวานนี้” “พรุ่งนี้” หรือแนวคิดเกี่ยวกับ “ปี” แต่จากการศึกษาของเอ็ดเวิร์ด ซาเพียร์ ผู้ไปคลุกคลีกับชาวป่าเพื่อศึกษาของเขา ต่อมาได้รับการยกกย่องให้เป็นบิดาแห่งภาษาศาสตร์ชาติพันธุ์ ได้กล่าวว่า “ทุกภาษาใดล้วนมีแนวคิดนามธรรมขั้นสูง แม้แต่ภาษาชาวป่าก็สามารถรองรับแนวคิดของภาษาอื่นได้ทั้งสิ้น” พูดง่ายๆ ได้ว่า “ทุกภาษาล้วนเทียบเท่ากัน ไม่มีอะไรดีกว่าอะไร” แล้วถ้าอย่างนั้นภาษาแต่ละภาษาแตกต่างกันตรงไหน? สิ่งที่นักภาษาศาสตร์คิดว่าน่าจะเป็นไปได้คือ ภาษาที่แตกต่างกันมีผลต่อ ความเร็ว ในการคิดสิ่งนั้นที่แตกต่างกัน ยกตัวอย่างเนื้อหาจากหนังสือชื่อดังอย่าง The Outlier สัมฤทธิ์พิศวง ซึ่งเขียนว่า ระบบการเขียนเลขของจีนนั้นเอื้อต่อการเรียนเลขมาก ประการแรกคือเลขหนึ่งถึงสิบในภาษาจีนมีพยางค์เดียว ไม่ใช่อย่างภาษาอังกฤษที่มีเลขเจ็ดเป็น seven ประการที่สองเลขในภาษาจีนเอื้อกับเลขฐานสิบ เช่นสิบเอ็ดในภาษาจีนก็จะเป็น “สิบกับหนึ่ง” ไม่เหมือน “eleven” ซึ่งไม่เกี่ยวกับเลขสิบและเลขหนึ่งแต่อย่างใด ประการสุดท้ายคือเศษส่วนของภาษาจีนจะตรงไปตรงมา … Continue reading

Posted in ภาษาและวัฒนธรรม | Tagged | 1 Comment

Metaphors We Lived By

หนังสือเล่มแรกที่ผมจะแนะนำเป็นหนังสือในตำนานของวงการภาษาศาสตร์ชื่อว่า Metaphors We Lived By ของ Lakoff & Johnson ก่อนอื่นผมอยากจะอธิบายความหมายของคำว่า Metaphor ก่อน หลายคนอาจจำความหมายของ Metaphor หรืออุปลักษณ์ ประมาณว่าเป็นการเปรียบเทียบความหมายในกวีอย่างไพเราะ เช่น “ชีวิตไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ” “ความรักทำให้คนตาบอด” “ที่ใดมีรัก ที่นั้นมีทุกข์” ฯลฯ แต่แท้จริงแล้ว Metaphor เหล่านั้นเป็น Metaphor เชิงตื้นๆ คนทุกคนสามารถสัมผัสและแยกแยะได้ว่าสิ่งเหล่านั้นเป็น Metaphor  เหมือนกับสะดุดมุขเสี่ยวๆ “น้ำเน่าก็ยังเห็นเงาจันทร์” ประมาณนั้น แต่ทว่าในความเป็นจริงแล้ว เรายังฝังแนวคิดเกี่ยวกับ Metaphor ลึกลงไปจนบางทีเราไม่รู้ตัวว่า เรากำลังใช้ Metaphor เหล่านั้นอยู่ ในหนังสือ … Continue reading

Posted in ภาษาและวัฒนธรรม | Tagged , , , , | 1 Comment

ลิงกัวฟังกา

ลิงกัวฟังกา (Lingua franca) หมายถึงภาษาที่กลุ่มชนสองกลุ่มใช้ในการติดต่อสื่อสารกันเช่น ทำธุรกรรมการเงิน ธุรกิจ การเซ็นสัญญา เป็นต้น ทั้งๆ ที่กลุ่มชนทั้งสองกลุ่มมิได้ใช้ภาษานั้นเป็นภาษาแม่ ตัวอย่างลิงกัวฟังกาที่ง่ายที่สุดคือภาษาอังกฤษ นอกจากลิงจะกลัวกะปิแล้ว ยังมีลิงกัวฟังกาภาษาอื่นๆ ที่ไม่ใช่ภาษาอังกฤษอีกด้วย

Posted in ภาษาและวัฒนธรรม | Tagged , , , , , , , | 1 Comment

42

เป็นที่รู้กันดีว่า Google นอกจากเป็นเครื่องมือค้นหาแล้ว ยังเป็นเครื่องคิดเลขอีกด้วย หลายคนรู้กันดีว่าถ้าพิมพ์ 1+1 แล้วกด Search ใน Google จะได้ 1+1=2 นอกเหนือจากนั้นแล้ว Google ยังรู้จักค่าคงที่ทางฟิสิกส์ด้วย (เช่น h G) หรือเป็นวลีอย่าง “mass of sun” Google ก็สามารถเข้าใจว่าต้องการถามหา มวลของดวงอาทิตย์ นอกจากนั้นยังสามารถคำนวณเป็นประโยคบอกเล่าได้เช่น “two times three and one half” หรือแม้แต่ “mass of sun plus mass of earth” … Continue reading

Posted in ภาษาและวัฒนธรรม | Tagged , , | 1 Comment

เลมมิ่ง

วันนี้ผมจะมาแนะนำให้รู้จักกับเพื่อนร่วมโลกของเรานั่นคือ ตัวเลมมิ่ง เลมมิ่ง (Lemming) เป็นสัตว์ฟันแทะชนิดหนึ่ง อาศัยอยู่บริเวณใกล้แถบอาร์กติก ลักษณะคล้ายกระรอก กับหนูผสมๆ กัน ในจินตนาการของผมเลมมิ่งเหมือนเม่นขนปุย เพราะผมรู้จักตัวเลมมิ่งจากรูปการ์ตูน ไม่ใช่จากรูปจริง สิ่งที่น่าสนใจกว่าหน้าตาที่น่ารักของตัวเลมมิ่งก็คือ พฤติกรรมของตัวเลมมิ่ง เลมมิ่งเป็นสัตว์สังคม มักอพยพไปเป็นฝูงๆ โดยแต่ละตัวจะเดินตามก้นตัวหน้า (ถ้ามี) นั่นทำให้เลมมิ่งสามารถอพยพเป็นฝูงๆ ได้ แต่ทว่าวิธีการนี้ก็มีข้อเสีย เนื่องจากหากตัวเลมมิ่งตัวหน้ากระโดดเหวตกทะเล เลมมิ่งตัวถัดไป (และตัวถัดๆ ไป) จะกระโดดเหวฆ่าตัวตายตามกันเป็นหมู่ นับว่าเป็นพฤติกรรมที่ประหลาดยิ่งนัก พฤติกรรมเช่นนี้ทำให้ผมนึกถึงเพลงล้อสมัยก่อน “โรงเรียนของเราน่าอยู่ คุณครูกระโดดน้ำตาย เด็กๆ ก็โง่เหมือนควาย กระโดดน้ำตายไปตามคุณครู ~~~” ไม่ใช่ตัวเลมมิ่งอย่างเดียวที่มีพฤติกรรมเช่นนี้ มดป่าบางสายพันธุ์ก็มีพฤติกรรมเช่นนี้ด้วย จึงมีบางครั้งที่เราพบกองทัพมดป่าสายพันธุ์นี้อดข้าวตายเนื่องจากเกิดการเดินวนเป็นวงกลมรัศมีประมาณ 2-3 กิโลเมตร นับว่าเป็น … Continue reading

Posted in ภาษาและวัฒนธรรม | Tagged , , , , | 1 Comment

เหตุผลวิบัติกับข้อจำกัดทางภาษา

แม้ว่ามนุษย์จะใช้เหตุผลในการคิด แต่มนุษย์ต้องใช้ภาษาในการถ่ายทอด ภาษา มนุษย์นั้นเป็นสิ่งอัศจรรย์ เพราะสามารถถ่ายทอดความคิดได้ทุกสถานการณ์โดยใช้คำเพียงจำนวนจำกัดเท่านั้น เมื่อใช้คำจำนวนจำกัดเพื่ออธิบายสถานการณ์ไม่จำกัด สิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้เลยคือมีบางคำหรือบางประโยคจะต้องมีมากกว่าหนึ่ง ความหมาย การเข้าใจความหมายของคำหรือประโยคนั้นจะต้องใช้สภาพแวดล้อมหรือเนื้อหาเข้าช่วย ภาวะที่คำหรือบางประโยคจะต้องมีมากกว่าหนึ่งความหมายว่า ความ กำกวม (Ambiguous) เมื่อนำประโยคมาใช้ลอยๆ และนำความหมายในรูปแบบที่ผิดมาใช้ในการอ้างเหตุผล การอ้างเหตุผลนั้นจึงผิดไปด้วย ภาวะการอ้างเหตุผลผิดนี้เองที่เราเรียกว่าเหตุผลวิบัติ (Fallacy) การศึกษาปัจจัยที่ทำให้เกิดเหตุผลวิบัตินั้นเป็นสิ่งที่มีประโยชน์ เพราะอย่างน้อยก็ทำให้เรารู้เท่าทันการให้เหตุผลที่ไม่ถูกต้อง นอกจากนี้แล้วเหตุผลวิบัติหลายๆ รูปแบบยังทำให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ เพราะการใช้เหตุผลที่ไม่ถูกต้องเป็นการก้าวทะลุผ่าน (breakthrough) กรอบแห่งเหตุผลเดิมๆ แนวคิดการเขียนแก็กตลกหลายแนวก็เกิดมาจากการใช้เหตุผลวิบัตินี้เอง เหตุผลวิบัติอันเนื่องจากมาจากข้อจำกัดทางภาษานั้นแบ่งได้เป็นสองกรณีใหญ่ๆ ได้แก่ 1. การลืมข้อยกเว้น (Fallacy of Accident) เกิดจากการละคำในประโยค ส่วนมากมักจะเป็นคำบ่งชี้ปริมาณ (ทุกๆ หรือ บาง) ทำให้นึกไปว่าจริงทุกกรณี ทั้งมีบางกรณีที่ไม่จริงเสมอไป … Continue reading

Posted in ภาษาและวัฒนธรรม, เหตุผล | Tagged , , , | 1 Comment

Verb to be ที่แปลว่า “อยู่”

สิ่งหนึ่งที่ภาษาอังกฤษไม่เหมือนภาษาไทยคือการมีกริยาช่วย Verb to be ถือเป็นกริยาช่วยอันแรกๆ ที่ถูกยกขึ้นมาสอน Verb to be มีฟอร์มที่หลากหลายมากถึง 7 ฟอร์มด้วยกันคือ be is am are was were และ been แต่ละฟอร์มใช้แตกต่างกันตามกาลและประธาน Verb to be นั้นเป็นกริยาช่วยบังคับใน Continuous Tense ซึ่งทุกคนคงจำได้ดี แต่อย่าลืมว่า Verb to be ก็เป็นกริยาแท้ได้ด้วย! Verb to be เมื่อเป็นกริยาแท้จะแปลว่า “เป็น อยู่ คือ” … Continue reading

Posted in ภาษาและวัฒนธรรม | Tagged , , , , , , , , | 3 Comments